Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม ๑๒-๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๙ นี้ ที่สำนักพุทธธรรมมีโครงการ สุขภาพดีวิถีพุทธ แต่บัดนี้เต็มแล้ว...รายละเอียด 081-612-0889  
 
 
           IN Phutthasawok.com
    สำนักพุทธธรรม
    โปรแกรมล้างพิษ
    หลักการผู้เข้าร่วมล้างพิษ
    กฏระเบียบสำหรับพระ
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรม
     ถอดรหัสปฏิบัติธรรม
     หนังสือ พุทธสาวก
     รำพึงรำพันวันเยาว์
     I Write For Life
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
     บรรยายธรรม (อ่าน)
     กองหนุนจริยธรรม
 
           DDDDD ONLINE
     หลวงตาบัวอบรมพระสงฆ
    พระ ป.อ. ปยุตโต
     พระไพศาล วิสาโล
     ห้องศาสนาพันทิพย์
     ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
 
           DD DOWNLOAD
@     กรณีศึกษาธรรมกาย
@     กรณีศึกษาสันติอโศก
@     กรณีศึกษาพระคึกฤทธิ์
@     คุณค่าน้ำฝน(ยอดมาก)
@     รักสุดซึ้ง...ใจสองใจ
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่ยวฝาน
@     นักโทษประหาร
@     มิลินทปัญหา
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

ความชรา ย่อมพรากกำลังแขนขา
สติปัญญา และความงาม ไปจากเรา
ความป่วยเจ็บ ย่อมพรากทรัพย์สิน
ความสุข และการงาน ไปจากเรา

ส่วนความตาย ย่อมพรากเราจากทุกสิ่ง
พรากเราจากทุกคน แม้ตนเอง
ในความตาย มีความชรา เป็นทางสายหลัก
มีความป่วยเจ็บเป็นทางลัด
มีวิบากจากบาปเป็นทางด่วน

การประพฤติธรรม เป็นทางดับตัวตน
แล้วคนจะไม่มีความแก่ เจ็บ ตาย
หยั่งลงสู่ใจโดยประการทั้งปวง
การส่งคืนทุกสภาวะขันธ์อย่างไม่เหลือใย
ความเกิดใดๆย่อมไม่มีอีก
แล้วความแก่ เจ็บ ตาย ย่อมหาที่หยั่งลงไม่ได้

ชีวิต โลก สังสารวัฏ ความสุข ความทุกข์
ถึงกาลอวสานไปสิ้น.

  Link ธรรมะที่ใหม่กว่าใหม่

     
กระดานข่าว

 สำหรับติดต่อทางเมล์
samnakphutthatham@gmail.com

สำนักพุทธธรรม
มีการ แสดงธรรมสู่กันฟัง
ที่ศาลาอิ่มบุญ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์
วันสำคัญทางศาสนา
เริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น.
พี่น้องพุทธบริษัทท่านใดสนใจ
สำนักพุทธธรรมยินดีต้อนรับ

โครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ
ครั้งที่ ๑ เริ่มเดือน ธันวาคม ปฐมฤกษ์
คือวันที่ ๑๒ -๑๖ / ๒๕๕๙
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-612-0889

 
         
 
   
   
 
 
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 01
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 02
ดาวน์โหลดชุดธรรมทาน
 
     
 
   
         
   

Link I Write For write                                        

                                     รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๙

                แล้วเดือน ๑๑ น้ำนอง ก็ผ่านไป น้ำตาคนไทยก็แห้งจางลงบ้างแล้ว ... การแสดงออกตามจารีตประเพณีที่บ่งบอกว่า... เรารักพระเจ้าอยู่หัว เรารักในหลวง หรือเรารักพ่อหลวง ก็ผ่านไปแล้ว บัดนี้จึงเหลือเพียง การยืนยันบทบาทหรือคำประกาศนั้น ซึ่งไม่ใช่เพียงการขับร้อง การหลั่งน้ำตา หรือจารีตประเพณีอีกสืบต่อไป แต่เป็นวิถีชีวิต... ที่จะปรากฏผ่าน ความพอเพียง ความเสียสละ ความซื่อตรงต่อหน้าที่ ความอ่อนน้อมถ่อมตน หรือติดดิน เพราะเช่นนี้บอกชัดว่า เรารักพระองค์ท่านจริงๆ เรามีพระองค์ท่านอยู่ในใจ และจะมีอยู่เสมอไป... ก็หวังว่าพี่น้องไทย จะเข้าถึงแก่นแท้ของความรักในพระองค์ท่าน หรือเข้าถึงแก่นแท้ในความเป็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช... เพื่อพัฒนาการของตัวเรา และความสงบร่มเย็น เจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมือง

                ทีมงานสำนักพุทธธรรม ในฐานะประชาชนคนไทย ที่เติบโตในรัชสมัยของพระองค์ท่าน สรุปกันแล้วว่า จากนี้ไป เราจะทำโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชสักการะ แด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในร่มพระบารมี และทำดีเพื่อประโยชน์สุขแด่มหาชนชาวสยามตามปณิธานของพระองค์ท่าน... ก็จะอาศัยเดือนเกิดของพระองค์ท่านเป็นปฐมฤกษ์อันเป็นมงคล โดยเลือกวันที่ ๑๒ - ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๙ เป็นจุดนับโครงการครั้งที่ ๑ ซึ่งบัดนี้ป้ายบอกโครงการ บอกเจตนารมณ์ก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงนั้นหนังสือสวดมนต์ตามนัยยะที่สำนักพุทธธรรมเห็นควรใช้เป็นบทสวดมนต์ร่วมกันในยามมีกิจกรรมต่างๆ ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

                โดยครั้งที่ ๑ ในเดือนธันวาคมนี้จะทำถวายพระเป็นหลัก ส่วนญาติโยมท่านใดสนใจ สุขภาพดีวิถีพุทธ ก็เตรียมจับจองโอกาส ตั้งแต่เดือนแรกของปีใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆนี้ได้เลย... และบอกแล้ว หลวงปู่เป็นผู้คุมนโยบาย ฉะนั้นทุกกิจกรรม ทุกโครงการที่ทำ ณ สำนักพุทธธรรม ต้องเป็นไปเพื่อเอื้อเกื้อกูลแก่กัน ไม่มีการค้าขาย ไม่มีการแลกเปลี่ยน ทั้งวันนี้และวันไหนๆ และยืนยันว่า วัดพุทธ หรือสำนักปฏิบัติธรรมที่เป็นพุทธแท้ๆ ต้องเป็นเช่นนี้ คือไม่มีการค้าขาย ไม่มีการแลกเปลี่ยน ดั่งปรากฏในพระไตรปิฏกเล่ม ๙ หลายสูตร ว่าด้วยจุลศีล ข้อ ๒๓. เธอเว้นขาดจากการซื้อ-การขาย แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง กล่าวง่ายๆคือเรื่องค้าขาย หรือแสวงหาผลประโยชน์ต้องไม่มีอยู่ในสังคมวัด หรือสังคมศาสนา ไม่เพียงนั้นควรจะมีแต่ร่วมด้วยช่วยกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกัน คือคนมี ช่วยคนขาดแคลน คนแข็งแรง ช่วยคนอ่อนแอ คนฉลาด ช่วยคนที่ยังผิดพลาดบกพร่องอยู่... นี้เป็นสัจจะ เป็นความดีที่มนุษย์ควรทำต่อกัน ซึ่งผู้อยู่ในสังคมพุทธ ต้องทำก่อน ต้องทรงไว้เป็นแบบอย่าง ให้เป็นประจักษ์พยานของความมีธรรมจริงๆ... ไม่ใช่มีแต่ในปาก

                ต้องโมทนาทีมงานที่รู้คุณค่าสัจจะนี้ จากแต่เดิมทีมบริการก็จะมีคุณตุ้ย สาวแจ๊ค สาวโอปอบ้าง และตั๊กแตน ตุ๊กตา ยายบุญคุ้ม อาดาวเรืองฯลฯ มาบัดนี้ ป้าอ้อย หรือคุณศรัณย์พร โนทะ ซึ่งที่ผ่านมาก็แวะเวียนมาช่วยอยู่บ่อยๆ บัดนี้ได้เสนอตัวมาช่วยแบ่งเบาภาระทีมงานประจำ โดยจะรับผิดชอบในส่วนแช่มือแช่เท้า พอกหน้า นำออกกำลังกาย ทั้งจะมีของแจกจากร้านประสมบุญสมุนไพร จะเป็นไม้คัวซา ยาหม่องเขียว น้ำสกัดย่านาง พร้อมคู่มือสุขภาพองค์รวม แจกเป็นคู่มือในการดูแลตนเองให้กับผู้ใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมด้วย.... ไม่เพียงนั้นเมื่อป้าอ้อยทราบว่าจะทำโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ ถวายพระ เป็นครั้งแรก ก็นำโภคภัณฑ์ที่ควรใช้ในกิจกรรม มาถวายหลวงปู่ไว้ให้ใช้ในงานเยอะเลย... โมทนาสาธุ

                ส่วนศาลามาดี... ที่เริ่มลงเสาเข็มมาตั้งแต่ เมษายน ๒๕๕๙ บัดนี้เป็นรูปร่างศาลา ปานว่าพร้อมรับใช้ผู้มาสู่ ๙๕ % แล้ว และช่างใหญ่รับประกันให้แล้วว่า เสร็จก่อน ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ นี้แน่นอน งานนี้หลวงปู่ก็โมทนากับโยมนันทา ที่เป็นเจ้าภาพใหญ่ไว้ ณ ที่นี้ด้วย รวมทั้งเจ้าภาพย่อยที่ร่วมด้วยช่วยมา ทั้งที่เราไม่ได้บอกบุญ ไม่มีการเรี่ยไรใดๆ เสนอให้กันมาด้วยใจที่รู้คุณค่าว่าที่ สำนักพุทธธรรม ทำอะไร... โมทนาสาธุ

                จริงอยู่แม้งานด้านสุขภาพกาย จะเจริญก้าวหน้า แต่หลวงปู่ยังคงเน้นเรื่องสุขภาพใจ หรือจิตเจริญ เป็นสำคัญ ดังนั้นทั้งเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดที่มีผู้มาสู่สำนักพุทธธรรม หลวงปู่ก็ยังคงแสดงธรรมสู่ฟังบ้าง นำฝึกสมาธิตามนัยอานาปานสติบ้าง เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็มีผู้มาร่วมทั้งคนใหม่และคนเก่า ส่วนผู้ที่มาเสวนาแบบนานๆ หนักๆ ไม่ใช่มาฟังธรรม หรือนั่งสมาธิ ก็มีอดีตสาวกอโศกบ้าง หรือประเภทก้ำกึ่งครึ่งอยู่ครึ่งไปบ้าง รวมแล้ว ๕ ชีวิต แวะเวียนกันมาสนทนานั่นโน่นนี่ ก็ไม่พ้นความเสื่อมความเจริญในองค์กร ที่เรียกว่าองค์กรศาสนา... หลวงปู่ก็ยินดีต้อนรับเสมอ สำหรับผู้หาญกล้า ผู้แสวงหาความจริง โดยไม่จมใจอยู่ในความเชื่อ หรือด่วนสรุป

                เดือนที่ผ่านมากิจกรรมล้างพิษตับ ที่สำนักพุทธธรรม เราก็ยังจัดกันเป็นปกติ แต่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะต่อไปเราจะเน้น สุขภาพดีวิถีพุทธ เป็นสำคัญ ผู้ใดสนใจรายละเอียด หาฟังจากคำบรรยายก็แล้วกัน และสืบเนื่องจากเดือนก่อนๆ ที่ในกิจกรรม เราได้ทำการถวายสักการะองค์มหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ โดยมีรูปพระองค์ท่านเพียงเล็กๆ เป็นสัญญะ มาเดือนนี้ อาดาวเรือง จึงนำรูปพระองค์ท่านใส่กรอบขนาดใหญ่ มาถวายให้ ๒ ชุด ตุ๊กตาภรณ์ นำมาถวายอีก ๑ ชุด... โมทนาสาธุ ส่วนคุณตุ้ย ก็ให้คนงานจากล้อมฟ้าพานิช มาเคลียร์เหล็ก และจัดระเบียบโรงไม้ให้หลวงปู่ด้วย .... โมทนาสาธุ

                ช่วงปลายเดือน เนื่องจากใกล้วันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่ ที่ผ่านมาทีมงานบ้าง คนคุ้นเคยบ้าง ก็จะมากราบโมทนาสักการะ และหลวงปู่เคยดำริจะทำกิจกรรมขอขมากรรมประจำปี เพื่อเป็นการปลดล๊อกจิตวิญญาณ ที่มีบางสิ่งกดหน่วงถ่วงรั้ง ให้กับผู้มาร่วมกิจกรรม ดำริมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว แม้นั้นถึงปีนี้ ด้วยสถานที่ เหตุปัจจัยแวดล้อมยังไม่สะดวก จึงยังไม่ได้เริ่มกิจกรรมนั้น แต่หลายคนก็มากราบโมทนาสักการะ หลวงปู่จึงเปิดใจให้ฟังไปไม่น้อย และขอให้ทุกท่านที่รู้จักกันมานาน ช่วยรับรู้ ดูแล ตรวจสอบ ให้สำนักพุทธธรรม เป็นสำนักพุทธธรรมจริงๆ เป็นวัดของพุทธแท้ๆให้ได้ เพราะทุกวันนี้วัดใหญ่มี วัดรวยมี วัดดังมีฯลฯ แต่วัดของพุทธ หาได้ยากมากๆ ฉะนั้นเพื่อความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน ปลายเดือนนี้เช่นกันที่มีหนุ่มๆนักศึกษา ทราบว่ามาจากเตรียมอุดมสุวินทวงศ์ มาขอใช้สถานที่ พร้อมทั้งขอให้หลวงปู่เข้าร่วมฉาก ถ่ายทำหนังสั้น เนื้อเรื่องประมาณว่า โจรกลับใจ หลวงปู่ก็ยินดีให้ความอนุเคราะห์ไปโดยดี ส่วนผลงานเสร็จสมบูรณ์แล้วจะเป็นอย่างไรอันนี้หลวงปู่ไม่รู้ด้วยเลย

                ส่วนสาระธรรมที่หลวงปู่กล่าวกับที่ประชุมมูลนิธิสำนักพุทธธรรม ในเดือนที่ผ่านมามีอะไรบ้าง...ก็อ่านกันดู โมทนาคณะกรรมการ... อาตมา โดยส่วนตัวรู้สึกดีที่ตนเองไม่เครียดเรื่องการงาน เรื่องลูกเรื่องหลาน และก็มีชีวิตอยู่เพื่อทำประโยชน์ กับแสวงหาความสะอาดบริสุทธิ์หลุดพ้น อาตมารู้สึกดีๆ กับวิถีชีวิตแบบนี้ และปรารถนาให้พวกเรารู้ว่าวิถีชีวิตแบบนี้เป็นวิถีชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันเมื่อยังมาสู่ลักษณะนี้ไม่ได้ ใจอยากจะให้เห็นทุกข์ เห็นทุกข์จากการดิ้น หางานหาเงิน เห็นทุกข์จากลูกหลานพันตัว สามีภรรยาพันตัว ซึ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราอิสระเสรี ไม่ได้ทำให้เรามีบุญบารมีมากขึ้น อาตมาปรารถนาให้หลายคนได้รู้
                รวมทั้งตรงนี้...อาตมามาลงหลักปักฐาน ถึงวันนี้ก็ ๔ ปีกว่า และแนวโน้ม อย่างที่เคยพูดไว้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ ก็เห็นแล้วว่าเป็นประโยชน์ และน่าจะเป็นประโยชน์ที่กว้างขึ้นๆ ออกไปได้เรื่อยๆ อาตมาดูจากตนเองก่อน ตนเองไม่ได้มีแนวคิด ทิฏฐิหรือเจตนาจะไปเอาอะไรต่ออะไรจากใครอื่น ใจปรารถนาจะให้คนอื่นมาได้สิ่งดีๆ จากศาสนา อาตมามีใจอย่างนี้ และก็ทำกิจกรรมมาเรื่อยๆๆ
                มาถึงวันนี้...ถ้าใครดูดีๆ ก็เห็นทิศทางว่าจะเป็นประโยชน์ใหญ่สืบต่อไปได้ และมาเดือนนี้อาตมามีเจตนาว่า จากนี้ไปกิจกรรมที่นี่ เราจะทำเป็นโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ จะทำถวายเป็นพระราชสักการะด้วยสำนีกในร่มพระบารมี และทำดีเพื่อประโยชน์แก่มหาชนชาวสยาม ตามปณิธานพ่อหลวงของชาวไทย นี้เป็นเจตนาหลัก และจะทำให้ต่อเนื่อง ยืดยาว ยั่งยืน ที่สำคัญจะทำอย่างจริงใจ คือไม่มีที่จะและเล็มเลียบเคียงหว่านล้อม หรือจะต้องไปล่างบประมาณจากที่ไหน ไม่เอาเลย ใครมีแรงกายมาสละแรงกาย ใครมีความรู้มาสละความรู้ ใครมีเวลามาสละเวลาให้กับคนเหล่าอื่น ให้มูลนิธิสำนักพุทธธรรมเป็นเจ้าภาพใหญ่รับผิดชอบ ถ้างบมีทำไป ทำไปจนกว่างบจะไม่มี ถ้างบไม่มีแต่วัตถุดิบมี แรงงานมี เราก็ทำเท่าที่แรงงานเรามี
                อาตมาจะให้ตรงนี้เป็นที่ทำงาน จะเรียกว่าแทนคุณในหลวงก็ใช่ เป็นที่ประกาศการงานที่เป็นสัมมากัมมันตะ ตามนัยของสังคมพุทธก็ใช่...ที่ตรงนี้จะทำอย่างนี้ อาตมาชอบมากกับชีวิตแบบนี้ ก็นึกอยู่ว่าคณะกรรมการ คณะทำงานน่าจะเห็นดีเห็นงาม และขยับเข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งทิ้งบ้านช่องเรือนชาน มาเป็นอนาคาริกกะ วันคืนที่ผ่านไปไม่มีอะไรมาก ๑. ใส่ใจสมถะวิปัสสนา ๒. ขวนขวายในประโยชน์สาธารณะ มี ๒ ข้อ หมดเครียดเรื่องลูก หมดเครียดเรื่องเครือญาติ หมดเครียดเรื่องการงาน ขณะเดียวกันเครือญาติก็เห็นว่าอย่างนี้ดี...ต้องอนุโมทนา และค่อยๆ ต่อคิวตามมาๆ ชีวิตอย่างนี้อาตมายืนยันว่าเป็นชีวิตที่ดี
                สมัยก่อนอาตมาไม่รู้ชัด แต่พอผ่านวันคืนมาเรายิ่งรู้สึกสัมผัสได้โดยใจว่าชีวิตอย่างนี้ดี เหมือนในหลวง อาตมาก็ยิ่งชัดเจนว่า...คนรักท่านเยอะมาก ไม่ได้รักท่านเพราะท่านเป็นในหลวง ไม่ได้รักท่านเพราะท่านสูงส่ง รักท่านเพราะท่านรักคนเหล่าอื่น รักท่านเพราะท่านทำประโยชน์แก่คนเหล่าอื่น นี้เป็นปฏิปทาแบบเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติ พระพุทธเจ้าไม่ได้ติดยึดอยู่กับเครือญาติ แต่ทำประโยชน์เพื่อโลก เพื่อสาธารณะ วันที่พระพุทธเจ้าดับขันธ์ องค์ราชามหากษัตริ์หลายเมืองเป็นเจ้าภาพในงานศพ และถือว่าสะเทือนฟ้าสะเทือนดินอย่างใหญ่
                ซึ่งอันนี้ เป็นอุดมคติของชีวิตที่ดี พวกเราควรจะซาบซึ้ง และเดินไปในทางสายนี้ ชาตินี้อาจจะเดินได้สัก ๓-๔ กิโล ชาติหน้ามาเดินต่อ ก็จะเดินได้ไกลกว่าเก่า มาทำสิ่งดีตั้งแต่อายุยังเยาว์...มันจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก
                อาตมามีชีวิตอย่างนี้ ทำงานในลักษณะอย่างนี้ พวกเราได้ดูได้รู้ได้เห็น ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เป็นเรื่องดีที่ชีวิตควรจะมาในทางสายนี้ แต่นั่นหมายความว่าเราต้องเห็นทุกข์ ทุกข์จากความเครียดเรื่องการงาน ทุกข์จากความเครียดเรื่องลูก ทุกข์จากการถูกกักขังจองจำอยู่ในบ้านในเรือน และชีวิตไม่มีประโยชน์คุณค่า...ต้องเห็น ทีนี้คนเราไปอยู่กับสิ่งนี้นานๆ มันจะเฉยชา ด้านชา กระทั่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร จมอยู่ในทุกข์ แต่ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นทุกข์ ถูกจองจำอยู่แต่ไม่รู้ว่าตนเองติดคุก... นี้มันเป็นอะไรที่ทำให้มนุษย์หลุดพ้นไม่ได้เลย ถ้าจองจำอยู่แล้วรู้ว่าถูกจองจำยังหลุดพ้นได้ ทุกข์อยู่และรู้ว่านี้คือทุกข์ยังพ้นได้ แต่เห็นเครื่องจองจำเป็นวิมาน เห็นทุกข์เป็นความสุขไปเสีย จะพ้นมาได้อย่างไร...
                ก็พูดเพื่อให้นึกคิดพิจารณา จะได้มาทางสายนี้มากขึ้น และตรงนี้อาตมาไม่ได้เน้น แค่ตนประพฤติปฏิบัติ เอาตนเจริญก้าวหน้าไปเท่านั้น...ตรงนั้นเราทำเป็นหลัก ขณะเดียวกันกิจใดกรรมใด ถ้าเป็นไปเพื่อช่วยพี่น้องเพื่อนมนุษย์ได้ เราทำได้เราก็จะทำอย่างโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ... อาตมาพิจารณาเหลี่ยมซ้าย เหลี่ยมขวา เหลี่ยมหน้า เหลี่ยมหลัง ดูแล้วน่าจะเป็นไปเพื่อช่วยคนได้เยอะ ขนาดเราล้างพิษตับ จากแต่เดิมรับไม่เกิน ๑๒ ท่าน ต่อมาก็เกิน ๑๕ เกิน ๑๖ ต่อมา ๑๘ เข้าไปแล้ว ๑๘ ยังล้นอีกเดือนนี้เต็มแล้ว ต้องเป็นเดือนหน้า อีกหน่อยต้องจองยาวกันข้ามปี
                อย่างกิจกรรมสุขภาพดีวิถีพุทธมันเป็นโครงการ ที่ช่วยคนทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ ให้คนรู้จักจัดระเบียบการใช้ชีวิตทั้งด้านร่างกาย และก็เรียนรู้ให้เกิดสัมมาทิฏฐิเพื่อพัฒนาจิตใจ ตั้งแต่เราทำงานมา ก็รู้อยู่ว่าทำเพื่อมนุษย์ชาติ แต่ครั้งนี้เรามีเจตนาจะทำเพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ เราเติบโตมาในสังคมไทยภายใต้ร่มพระบารมี แต่เราไม่เคยคิดทำอะไรเพื่อท่านอย่างจริงๆ จังๆเลย ก็คิดว่าเราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ท่านมีความดีเยอะ เราทำถวายเป็นพระราชสักการะดีกว่า...ก็ปรารถนาให้พวกเรารู้ในสิ่งเหล่านี้ และขยับเข้ามา กระทั่งมาเป็นไม้เป็นมือในงานอย่างนี้ ชีวิตชาติหนึ่งจะมีคุณค่ามาก ก็บอกไว้...

                ช่วงท้ายของการประชุม หลวงปู่กล่าวอีกว่า... ใจอยากให้หลายๆคนขยับเข้ามา และมีส่วนในการร่วมด้วยช่วยกัน ที่บอกว่าอยากให้ตรงนี้เป็นศูนย์บริบาลพระป่วย ไม่ได้พูดเล่น... คือถ้าเราสามารถช่วยพระ ให้ท่านพ้นป่วยกาย และมีสัมมาทิฏฐิที่หนักแน่นมั่นคงในใจ อาตมาว่า ศาสนาพุทธจะไปได้ดีอีกมาก และเชื่อมั่นว่าตรงนี้จะเป็นที่แสดงวิถีพุทธ วีถีพระได้
                อาตมาอยากให้พระท่านได้มาสัมผัส มาดูมารู้มาเห็นการทำงานในแนวของพระ ในแนวของพุทธควรจะเป็นอย่างไร การเป็นอยู่ แบบพระ การเป็นอยู่ตามนัยของพุทธเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าพระที่ท่านมารักษาสุขภาพที่นี่และได้ซึมซับสิ่งดีเหล่านี้ไป ท่านไปที่ไหนๆ มันจะเกิดการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง
                ฉะนั้นที่คิดว่าจะให้ตรงนี้เป็นศูนย์บริบาลพระป่วย ไม่ได้คิดเล่นๆ คิดเพื่อจะให้ประโยชน์อย่างที่กล่าวแล้ว ถ้าพวกเราขยับเข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน มันเป็นบุญเป็นบารมี คนเราถ้าเอาแต่หากินหาอยู่สมสู่แล้วก็ตายไป ชีวิตไม่ได้มีคุณค่าอะไร ถ้าเราพออยู่ได้แล้ว ก็ไม่ต้องไปดิ้นเรื่องอยู่อีก พอมีพอกินแล้วไม่ต้องไปดิ้นเรื่องให้มี ให้เหลือกินอีก เราเอาเวลาของชีวิตมาสร้างสรรเสียสละ มาทำประโยชน์กับสาธารณะ ตนเองก็เรียนรู้ และลดกิเลสของตนเองไปด้วย ปัจจุบันเราก็รู้ได้ว่า ชีวิตของเราไปดี เป็นสุคติ จิตเจริญก้าวหน้า หลังตายไม่มีอะไรจะต้องห่วง ความตายมาเมื่อไรก็...ถึงเวลาของฉันแล้วหรือ...ถึงเวลาก็ถึงเวลา จบแล้วจบ มันจะได้อย่างนี้
                อาตมาปรารถนาให้หลายคนรู้อย่างนี้ มีใจอย่างนี้ และที่พูด ไม่ได้พูดแบบเลื่อนลอย อาตมาเอาตัวเองมาทำ เอาตัวเองพิสูจน์ อาตมาบวชปี ๓๐ ไม่แสวงหาทรัพย์สินตั้งแต่ปีที่บวช แม้ไม่มาอยู่ตรงนี้ อาตมาก็ขวนขวายในการงานและทำงานฟรี ทำด้วยเจตนาจะให้ ใครเคยคบคุ้นมาต้องรู้ ยิ่งมาอยู่ตรงนี้ อาตมายิ่งทำเต็มที่ได้เลย เพราะคุมนโยบายเองทั้งหมด อย่างสมัยก่อน อาตมายังเป็นพระเล็กในวัดใหญ่ แต่มาตรงนี้เป็นพระใหญ่ในวัดเล็ก...
                มาถึงตรงนี้ ...อาตมาเป็นคนคุมนโยบาย และนโยบายที่นำเสนอกับพวกเรา เป็นนโยบายที่ดีมาก ที่นี่ต้องไม่มีการค้าขาย ที่นี่ต้องไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์จากคนเหล่าอื่น ที่นี่จะเป็นที่ที่เราจะเกื้อกูลกับคนเหล่าอื่นด้วยหัวใจ แบบเต็มๆ ทำสิ่งเหล่านี้ให้ปรากฏให้จริงจัง และอาตมาเห็น... สังคมศาสนาหลายที่ แทนที่จะจริงใจกับสาธารณะ กลับไม่จริงใจ ทั้งที่สาธารณะก็ชื่นชม ยกไว้ให้ค่า ควรจะจริงใจให้ประโยชน์แก่สาธารณะ แต่กลับไม่ขวนขวาย อยู่ในฐานะผู้เอาๆๆ และไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่สาธารณะเลย ทั้งด้านสุขภาพกายก็ไม่ได้ให้ ด้านธรรมะที่ถูกต้องถูกตรงก็ไม่ได้ให้ แล้วสิ่งเหล่านี้ วิบากไม่ดีมันจะกลับไปหาพระ
                ฉะนั้นตรงนี้จะให้เป็นที่ที่จริงใจจริงจังต่อคนทั่วไปที่เขาได้มาเจอะเจอ ใครเห็นดีเห็นด้วยกับแนวคิดอย่างนี้ จะไปด้วยกันก็มา...ใครเห็นอีกอย่างจะไปไหนก็เชิญเถอะแม่จำเรียง...

                โดยจริงเดือนนี้มีเรื่องกระจุกกระจิกเยอะ พร้อมนี้ก็มีเรื่องนั้นโน้นนี้มาดึงเวลาไปมากด้วย ดังนั้นรายงานเดือนนี้ เล่าสู่ฟังเพียงนี้ก็แล้วกัน ขอปิดท้ายด้วยพระราชดำรัสอันเป็นมงคล ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์มหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ตรัสไว้เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๘ เนื้อความว่า... "สังคม ใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่" อัญเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึกครบรอบ ๓๖ ปี ของสโมสรไลออนส์กรุงเทพฯ

                                  รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๙

                                           โจนาทานในวงการศาสนา

   
                                                 ท่านใดต้องการติดต่อ... แจ้งมาได้ที่ samnakphutthatham@gmail.com