Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม สุขภาพดีวิถีพุทธ ครั้งที่ ๑๔ วันที่ ๑๖ - ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ รับสมัครวันที่ ๑ กุมภาพันธ์...  
 
 
           IN Phutthasawok.com
    สำนักพุทธธรรม
    สุขภาพดีวิถีพุทธ 1
    สุขภาพดีวิถีพุทธ 2
    ใบแผ่เมตตา
    กฏระเบียบสำหรับพระ
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรม
     ถอดรหัสปฏิบัติธรรม
     หนังสือ พุทธสาวก
     รำพึงรำพันวันเยาว์
     I Write For Life
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
     บรรยายธรรม (อ่าน)
     กองหนุนจริยธรรม
 
           DDDDD ONLINE
    หลวงตาบัวอบรมพระสงฆ์
    พระ ป.อ. ปยุตโต
     พระไพศาล วิสาโล
     ห้องศาสนาพันทิพย์
     ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
 
           DD DOWNLOAD
@     กรณีศึกษาธรรมกาย
@     กรณีศึกษาสันติอโศก
@     กรณีศึกษาพระคึกฤทธิ์
@     คุณค่าน้ำฝน(ยอดมาก)
@     รักสุดซึ้ง...ใจสองใจ
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่ยวฝาน
@     นักโทษประหาร
@     มิลินทปัญหา
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

รัศมีธรรม แท้แล้วเป็นคำเรียกแทน
ปัญญาที่เจิดจรัสสวยงาม
จริงอยู่คำนี้ไม่จำเพาะเจาะจงผู้ใดใช้
แต่ส่วนใหญ่มักกล่าวถึงพระพุทธองค์เป็นสำคัญ
เพราะยามพระองค์ท่านแสดงธรรม
ผู้ฟัง ฟังแล้ว เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ แกล้วกล้า ร่าเริง ในธรรมกถา
ปานว่า รัศมีธรรมของพระองค์ท่าน แผ่กระจายรอบพระเศียร
เป็นที่ดูรู้เห็นประจักษ์ได้ของใครอื่น
ฉะนั้นผู้ใดไม่ถึงปานนั้น อย่าอุตริ อย่ายกตน
อย่าแอบอ้างว่ามีรัศมีธรรมเลย
เพราะเช่นนั้นไม่เพียงประกาศความหลง
ยังจะเป็นการยืนยันความหลอกลวงอีกด้วย !

  Link ธรรมะที่ใหม่กว่าใหม่

     
กระดานข่าว

 สำหรับติดต่อทางเมล์
samnakphutthatham@gmail.com

สำนักพุทธธรรม
มีการ แสดงธรรมสู่กันฟัง
ที่ศาลาอิ่มบุญ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์
วันสำคัญทางศาสนา
เริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น.
พี่น้องพุทธบริษัทท่านใดสนใจ
สำนักพุทธธรรมยินดีต้อนรับ

สุขภาพดีวิถีพุทธ ครั้งที่ ๑๔
วันที่ ๑๖ - ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-612-0889

 
         
 
   
   
 
พุทธภาวนา
 
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 01
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 02
ดาวน์โหลดชุดธรรมทาน
 
     
 

 

 

     
     
 
         
   

Link I Write For write                                        

                                     รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน มกราคม ๒๕๖๑

             เบื้องต้นขอบอกผู้ร่วมบุญสร้างศาลามีสุขก่อนว่า... บัดนี้อยู่ในช่วงรอแบบ ที่สมบูรณ์แบบ เพราะเมื่อแบบเสร็จสิ้น การคำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆก็ง่ายขึ้น ที่สำคัญตอนนี้งานนี้ตกอยู่ที่หลวงปู่ ในฐานะผู้รู้เกี่ยวกับสถานที่ และรู้อยู่ว่า ศาลามีสุข ที่มีสุขาอยู่ด้วย จะตอบโจทย์ การอาศัย ใช้นอนทำดีท๊อกซ์ได้ดี...ได้อย่างไร บวกกับงบประมาณที่มีไม่มาก ทั้งต้องทำให้เข้าสโลแกนที่ว่า... เรียบง่าย ลัดสั้น ประโยชน์สูง ประหยัดสุด แข็งแรง ทนทาน นานยาว ดูดี มีอาร์ต กลมกลืนกับธรรมชาติ... ซึ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาลงรายละเอียดมากอยู่ ขณะที่หลวงปู่ก็มีงานอื่น เรื่องอื่นมาแบ่งเวลาไปอีก... ฉะนั้นท่านใดร่วมบุญไว้ โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย...

            เดือนที่ผ่านมา... ด้วยอาการรองช้ำที่ส้นเท้าซ้าย ยังมีอยู่... หลวงปู่จึงไม่ได้ออกบิณฑบาตรตลอดเดือนเต็ม ก็ต้องโมทนาเป็นอย่างมาก กับหลายๆท่านที่เมตตาแวะเวียนมา ถวายอาหารบ้าง ยาบ้าง และทำให้หลวงปู่ได้รู้ว่า... ผู้พอใจในการทำบุญใส่บาตรเป็นอย่างหนึ่ง ผู้ทำบุญเลี้ยงพระเป็นอีกอย่างหนึ่ง... ต่างกันอย่างไร เยี่ยงไหนอานิสงส์มากน้อย เชิญท่านผู้อ่านลองพิจารณาดู พร้อมนี้ต้องโมทนากับป้านิด ที่พาหมอวัฒน์ มาช่วยรักษาหลวงปู่ โดยการฝังเข็ม นวดคลายกล้ามเนื้อ และตอกเส้น ซึ่งหมอวัฒน์ แม้จะมีกิจมาก ก็มารักษาให้ด้วยใจเมตตา ครั้ง ๑ ใช้เวลาก็หลายชั่วโมง ครั้ง ๒ ก็เช่นกัน ที่สำคัญเมื่อรักษาให้อยู่ หลวงปู่สัมผัสชัดว่ามาถูกทางแล้ว มีแนวโน้มจะหายจากอาการเจ็บส้นเท้าได้ หายจากอาการปวดร้าวลงสะโพก หรือมัดกล้ามเนื้อที่ก้นหดเกร็งได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก...หรือรักษาอีก ๒-๓ ครั้ง ก็ต้องโมทนาสาธุทั้งกับหมอวัฒน์ และป้านิดไว้ ณ ที่นี้ด้วย

            ส่วนสุขภาพดีวิถีพุทธ เดือนมกราคมที่ผ่านมานับเป็นครั้งที่ ๑๓ หรือครั้งแรกของปีที่ ๒ แล้ว ผู้คนยังคงล้นกว่าจำนวนที่รับได้อยู่เช่นเคย... กับเรื่องสุขภาพ หลวงปู่สรุปแล้วว่า ต้องชวนคนทั่วไป ใส่ใจสุขภาพดีต้นทางเป็นสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะเมื่อยังไม่ป่วย คนเรามักมัวเมาประมาท ในความไม่มีโรค ที่ร้ายคือคนเราแม้มัวเมาประมาทอยู่ กลับไม่รู้ว่าตัวเองมัวเมาประมาท นั่นแหละเรื่องยาก ... ก็ต้องพยายามเอ่ยออกบอกกันไป เท่าที่จะพูดไหว สำหรับบันทึก สุขภาพดีวิถีพุทธครั้งที่ ๑๓ บัดนี้ยังคงค้างเป็นไฟล์ต้นฉบับอยู่ ผู้สนใจใคร่รู้.... โปรดรออีกสักพัก แต่กับบันทึกกิจกรรม พุทธภาวนา ความเจริญก้าวหน้าแบบพุทธ บัดนี้เสร็จเกือบหมดแล้ว โดยหลายช่วงของเนื้อหา เป็นเพียงประเด็นธรรมสั้นๆ ธรรมดาๆ ไม่มีเฮฮา หรือพูดคล่องเป็นร่องน้ำ แต่สาระเต็มเป๊ะ สำหรับผู้รู้จักพินิจอย่างแน่นอน ท่านใดสนใจไปฟังดู ผ่าน You Tupe หรือลิงค์นี้เลย You Tupe ส่วนไฟล์เสียงก็ที่นี่ Phutthasawok

            เดือนที่ผ่านมาการประชุม มูลนิธิยังคงมีตามปกติ... ประเด็นธรรมที่หลวงปู่กล่าวกับทีมงาน นำมาแบ่งกันด้วย ดังนี้.... โมทนาคณะกรรมการ...งานของมูลนิธิ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่แนวโน้มจะมากขึ้น ตอนนี้ความสำคัญอยู่ที่ ๑.อาตมา มีร่างกายเหมาะควรแก่การงานไหม? ๒.คณะกรรมการมีร่างกายและจิตใจที่เหมาะควรแก่การงานไหม? ถ้าร่างกายอาตมาเหมาะควรแก่การงาน ร่างกายและจิตใจของคณะกรรมการเหมาะควรแก่การงาน งานที่เราทำเป็นงานกุศล ก็ไปได้ดี และในความเป็นมนุษย์...ควรจะใส่ใจการงานที่เป็นกุศล การงานที่เป็นกุศล จะผูกจิตคนเอาไว้ในบุญบารมี แต่การงานไหนที่เป็นไปเพื่อสนองราคะ โลภะ โมหะ มันทำให้จิตวิญญานผูกอยู่ในสิ่งเหล่านั้น และไกลสาระไปเรื่อย ๆ
            ในความเป็นมนุษย์ จะเร็วจะช้าคนเราก็ต้องตาย ถ้าตายโดยผูกใจไว้กับบุญบารมี เรียกว่าตายดี ถ้าตายโดยไปผูกใจไว้กับโลภะราคะโมหะ นั่นเรียกว่าตายไม่ดี เร็วๆนี้ คนข้างสำนักพุทธธรรม อายุ ๖๐... ตาย แต่เดิมก็สามีมาอยู่ด้วยบ้างไม่อยู่บ้าง ส่วนลูกก็แยกย้ายไป ตอนนี้พอตาย บ้านก็เงียบ งานที่เคยทำ ก็ไม่ได้ทำต่อ อะไรต่ออะไรที่ซื้อไว้ในบ้าน ตัวเองก็จากลาไปโดยไม่รู้ ว่าจะตกไปสู่มือใคร ยังไงแค่ไหน
            งานไม่ได้ทำต่อ ของที่มีกลายเป็นของคนอื่น เงินในธนาคารมีอยู่เท่าไร ตัวเองก็ไม่รู้แล้วว่าจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของใครอย่างไรสืบต่อไป... นี้คือความจริงของชีวิต ความตาย ไม่ส่งสาส์นล่วงหน้า ถ้าเขามาคนก็ต้องจบทุกสิ่งทุกอย่าง
ถ้าใครผูกใจไว้ในงานที่เป็นบุญ เป็นบารมี ก็ยังจะเป็นกุศลติดจิตวิญญานไป แต่คนที่ทำงานสนองโลภะบ้าง ราคะบ้าง โมหะบ้าง ใจจะผูกอยู่ในสิ่งเหล่านั้น ยิ่งถ้าในขณะทำการงาน ตัวเองประกอบอกุศลด้วย คดโกงบ้าง ผิดศีลบ้าง วิบากก็จะนำไปสู่ ภพชาติที่ไม่ดี
            ประเด็นนี้อยากให้คณะกรรมการรู้ ถ้าเรารู้ค่าในการงานที่ตัวเองได้ผูกใจไว้ในบุญ ในบารมี ความยินดีก็เกิด ถ้าความยินดีเกิดแล้ว ก็เหลือแต่ปัญหาร่างกาย จิตใจไม่มีปัญหา อย่างอาตมา จิตใจไม่มีปัญหา กับงานฟรี ยินดีทำมาโดยตลอด เราไม่ใช่คนหวงเวลา ไม่ใช่คนหวงความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่คนหวงที่อยู่ ที่อาศัย ไม่เลย ... ก็เหลือแต่ร่างกาย
            ทีนี้ อย่างพวกเรา... ถ้าใจยินดีในงานที่เป็นบุญเป็นกุศล ก็เหลือแต่ร่างกายเหมือนกัน ถ้าร่างกายดี ก็ทำการงานที่เป็นบุญเป็นกุศลได้ แต่ถ้าร่างกายแย่... ร่างกายเป็นเครื่องมือ ถ้าเครื่องมือแย่ ก็ทำต่อไม่ได้ ฝากพวกเราพิจารณา ถ้าพิจารณาแล้วเห็นควร ว่าชีวิตควรจะทำกิจการงาน ที่เป็นบุญ เป็นไปเพื่อสะสมบารมี เราก็ต้องดูแลร่างกายให้ดี ถ้าร่างกายดี จิตใจดี ...ไปได้ดี

            อีกช่วงหนึ่งหลวงปู่กล่าวว่า... มาลงหลักปักฐานที่นี่ ถ้าจะอยู่แบบสบายๆก็ได้ แต่ไม่ตรงตามที่พระพุทธเจ้าบอก คือก่อนท่านจะดับขันธ์ ท่านบอกว่า...สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ในสังคมศาสนา อธิบายคำว่าไม่ประมาท คือทำทั้งประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ประโยชน์ตนคือตนลดกิเลส ประโยชน์ท่าน คือช่วยคน ถ้าตนยังไม่สิ้นภพจบชาติไป หรือยังทำประโยชน์ตนไม่ถึงที่สุด อย่างน้อยประโยชน์ท่านที่เราทำ จะย้อนกลับมาช่วยเหลือเกื้อกูล เรียกว่า เป็นบุญบารมีสะสม นี้เรียกว่าไม่ประมาท
            ทีนี้ ถ้าผู้ใดเอาแต่ประโยชน์ท่าน ไม่ใส่ใจประโยชน์ตน ต่อให้ตนเองช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่น และอานิสงน์ตอบแทนกลับมา เป็นลาภก็ตาม เป็นยศก็ตาม เมื่อตนไม่ปฏิบัติธรรมก็จะหลงโลก หลงสังขารธรรม หลงการได้ ภพชาติ...ก็นานไกล
            พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า ...จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด คือทำทั้งประโยชน์ตน หรือตนลดกิเลส และทำทั้งประโยชน์ท่าน คือช่วยคนไปด้วย ช่วยคนอย่างเดียว ไม่ลดกิเลส...ไม่ได้ ลดกิเลสอย่างเดียวไม่ช่วยคนก็ประมาท หากว่าชาตินี้ตนเองไม่ได้เป็นพระอรหันต์ กระทั่งหลุดพ้นไป การเกิดยังมี แต่บุญบารมี(ในด้านช่วยคน)ไม่มี มันจะเป็นอะไรที่ลำบากมาก เหมือนภิกษุรูปหนึ่งไม่ได้ขวนขวาย ในประโยชน์เกื้อกูลมามาก ใส่ใจแต่ประโยชน์ตน ในชาติที่ เจอพระพุทธเจ้า ได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ แม้นั้น...ออกบิณฑบาต ก็ไม่ค่อยมีคนเลี้ยงดู เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยก็ไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีคนศรัทธา สักการะ ช่วยเหลือเกื้อกูล นี้เป็นตัวอย่าง ขวนขวายประโยชน์ตน ไม่ได้ใส่ใจในประโยชน์แก่คนเหล่าอื่น หรือไม่ได้ใส่ใจในการช่วยคน
            อาตมา...มาลงหลักปักฐานที่นี่...โดยจริตก็ชอบลักษณะนี้ คือตัวเองก็ฝึกหัดขัดเกลาไป ขณะเดียวกันสิ่งใดทำแล้วเป็นประโยชน์ กับพี่น้องเพื่อนมนุษย์ได้ เราทำ และอาตมาสนใจ ถ้าจะบอกว่าช่วยคน คือช่วยคน ให้พ้นทุกข์กายกับทุกข์ใจ เพราะทุกข์ โดยย่นย่อมี ๒ อย่าง ทุกข์กายกับทุกข์ใจ กายแย่ กายไม่มีกินไม่มีใช้ กายป่วยเจ็บพิกลพิการ เหล่านี้เป็นทุกข์...ทุกข์ทางกาย อีกส่วนหนึ่ง คือทุกข์ทางใจ ใจที่มีโทสะครอบงำ ราคะ โลภะ โมหะครอบงำ เหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ ใน ๒ อย่างนี้ ทุกข์จริงเป็นเรื่องของกาย ทุกข์ใจไม่ใช่เรื่องจริง ทุกข์ใจเป็นเรื่องหลง เพราะจิตมีความหลงผิด ทุกข์ทางใจจึงเกิด ส่วนทางกาย จะหลงผิดหรือไม่หลงผิด ทุกข์ทางกายก็ต้องมีอย่างแน่นอน อย่างพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า ความหลงผิดท่านไม่มี แต่ความทุกข์กายท่านมี เพราะกายเป็นที่หยั่งลง ของความแก่ ความป่วยเจ็บ เป็นที่หยั่งลงของวิบากบาปต่างๆ ที่จะมาเช็คบิล มาโขกสับ
            อาตมาถึงบอก ทุกข์จริงเป็นเรื่องของกาย แต่ทุกข์ใจไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องหลง ถ้าผู้ใดเรียนรู้ความหลง เอาความหลงออกจากใจได้ ทุกข์เพราะโลภะก็คลาย ก็หายไป ทุกข์เพราะโทสะ ทุกข์เพราะราคะ ทุกข์เพราะโมหะ ก็คลายก็หายไป อาตมาสนใจ...ช่วยคนให้พ้นทุกข์ ทั้งทางกายและทางใจ ทำมาก็ได้ระดับหนึ่ง ด้วยความที่เพิ่งเริ่ม และองค์ประกอบยังไม่ครบพร้อม มาอยู่องค์เดียว ไม่ได้คิดการใหญ่ ไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบกว้างๆ ทำแบบพอเหมาะพอควร เริ่มจากเล็กๆ ถ้าเป็นการจับปลา เรียกว่าใช้สุ่ม ไม่ได้ใช้แหไม่ได้ใช้อวน ไม่เหมือนบางท่านที่ทำงาน ท่านจะใช้แห ใช้อวนหว่านไปในสังคมกว้างๆ ผลก็คือกลายเป็นพระดัง คนรู้จักเยอะ คนนั้นมา คนนี้มา
            อาตมาไม่เริ่มอย่างนั้น ก็เริ่มจากเล็กๆ ตามเหมาะควรแก่ตน ด้วยความที่ดำเนินมาอย่างนี้ ก็อยู่ที่ประมาณนี้ ถ้าเทียบตั้งแต่เริ่มกระทั่งถึงวันนี้ ก็มีอัตราเจริญอย่างเห็นได้... ผ่านกิจกรรมสุขภาพ ผ่านการแสดงธรรม เสาร์-อาทิตย์ และมีคนมารู้จักมากขึ้น ถ้าเทียบกับตั้งแต่แรกที่มาลงหลักปักฐาน ตอนนั้นเรียกว่าติดลบ ไม่ใช่ศูนย์ธรรมดา คือมีข้อหาร้ายๆ ตามมาด้วย แต่ผ่านวันผ่านคืน จากติดลบกลายเป็นศูนย์ จากศูนย์กลายเป็นบวก ก็บวก นิดๆ หน่อยๆ เราไม่ไปติดยึดกับเรื่องนั้น อะไรที่เป็นประโยชน์ เกื้อกูล เราก็ทำไปตามเหมาะควร ตามที่เราจะมีความรู้ ความสามารถ ทำมาอย่างนี้ ลำพังอาตมาก็ทำได้ระดับหนึ่ง แต่มีพวกเรามาร่วมด้วยช่วยกัน ก็ทำให้การงานตรงนี้ หรือทั้งหมดทั้งมวลของตรงนี้ มีอัตราเจริญที่มากขึ้นได้ ก็โมทนาที่ทุกคนรู้ค่าและมาช่วยเหลือ.

            คำสวยฝากท้ายเดือนนี้ กล่าวซ้ำอีกครั้งว่า... ผู้มีปัญญาจะสะสมบารมี ส่วนผู้ใดเอาความรู้ดีไปขายกิน นั่นคือผู้สร้างโลกลัทธิทุนนิยม !

                                 รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน ธันวาคม ๒๕๖๐

                                           โจนาทานในวงการศาสนา

   
                                                 ท่านใดต้องการติดต่อ... แจ้งมาได้ที่ samnakphutthatham@gmail.com