Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ - ๒ มกราคม ๒๕๖๑ ที่สำนักพุทธธรรมมีกิจกรรม ผ่านปีเก่า พร้อมปีใหม่...รายละเอียด 081-612-0889  
 
 
           IN Phutthasawok.com
    สำนักพุทธธรรม
    สุขภาพดีวิถีพุทธ 1
    สุขภาพดีวิถีพุทธ 2
    ใบแผ่เมตตา
    กฏระเบียบสำหรับพระ
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรม
     ถอดรหัสปฏิบัติธรรม
     หนังสือ พุทธสาวก
     รำพึงรำพันวันเยาว์
     I Write For Life
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
     บรรยายธรรม (อ่าน)
     กองหนุนจริยธรรม
 
           DDDDD ONLINE
     หลวงตาบัวอบรมพระสงฆ
    พระ ป.อ. ปยุตโต
     พระไพศาล วิสาโล
     ห้องศาสนาพันทิพย์
     ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
 
           DD DOWNLOAD
@     กรณีศึกษาธรรมกาย
@     กรณีศึกษาสันติอโศก
@     กรณีศึกษาพระคึกฤทธิ์
@     คุณค่าน้ำฝน(ยอดมาก)
@     รักสุดซึ้ง...ใจสองใจ
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่ยวฝาน
@     นักโทษประหาร
@     มิลินทปัญหา
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อย นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก
มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา
ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์
เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี

หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า เมื่ออาทิตย์ขึ้นมา ย่อมแห้งหายไปได้เร็ว
เมื่อฝนตกหนัก หนาเม็ด ฟองน้ำย่อมแตกเร็ว
รอยไม้ที่ขีดลงไปในน้ำ ย่อมกลับเข้าหากันเร็ว
แม่น้ำไหลลงจากภูเขา ไหลไปไกล กระแสเชี่ยวพัดไปซึ่งสิ่งที่พอจะพัดไปได้
ไม่มีระยะเวลาหรือชั่วครู่ที่มันจะหยุด แต่ที่แท้แม่น้ำนั้นมีแต่ไหลเรื่อยไปถ่ายเดียว
บุรุษมีกำลัง อมก้อนเขฬะไว้ที่ปลายลิ้น แล้วพึงถ่มไปโดยง่ายดาย
ชิ้นเนื้อที่ใส่ไว้ในกระทะเหล็ก ไฟเผาตลอดทั้งวัน
ย่อมจะย่อยยับไปรวดเร็ว ไม่ตั้งอยู่นาน
แม่โคที่จะถูกเชือด ที่เขานำไปสู่ที่ฆ่า ย่อมก้าวเท้าเดินไปใกล้ที่ฆ่า ใกล้ความตาย
เหล่านั้น... แม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน
นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก
จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์
เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี...

อรกานุสาสนีสูตร

  Link ธรรมะที่ใหม่กว่าใหม่

     
กระดานข่าว

 สำหรับติดต่อทางเมล์
samnakphutthatham@gmail.com

สำนักพุทธธรรม
มีการ แสดงธรรมสู่กันฟัง
ที่ศาลาอิ่มบุญ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์
วันสำคัญทางศาสนา
เริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น.
พี่น้องพุทธบริษัทท่านใดสนใจ
สำนักพุทธธรรมยินดีต้อนรับ

ผ่านปีเก่า พร้อมปีใหม่ ด้วยปฏิบัติธรรมะพระพุทธองค์
ครั้งที่ ๑ เดือน ธันวาคม-มกราคม
วันที่ ๒๙ธันวาคม ๒๕๖๐ - ๒ มกราคม ๒๕๖๑
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-612-0889

 
         
 
   
   
 
 
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 01
ดาวน์โหลดเสียงอ่านใส่บาตรให้เป็นบุญ 02
ดาวน์โหลดชุดธรรมทาน
 
     
 

 

 

     
     
 
         
   

Link I Write For write                                        

                                     รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๐

             แล้วเดือนสุดท้ายของปีก็มาถึง... เป็นอะไรที่ไวมาก ก็บอกกันเป็นเบื้องต้นก่อนว่า เดือนธันวาคม เรางดโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ จะเริ่มอีกเป็นครั้งที่ ๑๓ ก็เดือนมกราคม ๒๕๖๑ ส่วนที่หยุด เพื่อเปิดทางให้กับกิจกรรม พุทธภาวนา ความเจริญก้าวหน้าแบบพุทธ ครั้ง ๑ หรือเนื้อหาหลักที่เหมาะแก่กาละก็คือ ผ่านปีเก่า พร้อมปีใหม่... ด้วยปฏิบัติธรรมะพระพุทธองค์ กิจกรรมนี้ก็ด้วยความปรารถนาดีจากหลวงปู่ ที่ต้องการให้พี่น้องเราชาวพุทธ ปลดล๊อกจากเรื่องเก่าๆ ที่กดหน่วงถ่วงรั้งทางใจ และมีจิตที่สดใสอบอุ่นหนักแน่นเปี่ยมพลังพร้อมเผชิญหน้ากับปีที่จะมาสืบต่อ โดยเลือกใช้วันส่งท้ายปลายปี คือ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ กระทั่งถึง ๒ มกราคม ๒๕๖๑ ซึ่งเข้าเขตปีใหม่ของไทยแล้ว ที่เลือกวันเวลาเช่นนี้ก็หมายใจให้พี่น้องเรา ห่างไกลจากงานปีใหม่ที่มักจะพากันเคาท์ดาวน์ หรือนับถอยหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นไปเพื่อจิตเจริญอย่างแท้จริง มาสู่การเคาท์อัพ หรือนับเดินหน้า เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตจะดีกว่า... ใครสนใจก็สมัครเข้าร่วมได้ โดยติดต่อทีมงานสำนักพุทธธรรม

             กับโครงการ สุขภาพดีวิถีพุทธ เดือนที่ผ่านมาก็บริการสาธารณะเป็นปกติ และด้วยความที่คนเก่าๆ หรือผู้มาแล้วหลายครั้ง ติดโปรแกรมอื่นๆกันหลายท่าน จึงเป็นโอกาสดีของผู้ใหม่ไปโดยปริยาย ซึ่งบางท่านมาแล้ว เห็นผลงานที่ขับออกมาโดยตน ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าในตัว จะมีน้ำมันดำหรือของเสียสะสม ได้ถึงขั้นชวนตกใจ แต่เมื่อสูตรเดียวกันกับเพื่อนผู้ร่วมโครงการ ทั้งตนก็เห็นอยู่ตำตา ขับออกมาโดยตน ที่สำคัญมีความป่วยก่อกวนร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้ ดังนี้ผู้ใหม่หลายท่านมาแล้วก็ติดใจ หมายใจจะมาอีก ส่วนคนเก่าๆ หลายคนก็รู้อยู่ว่า ตนยังไม่ถึงจุดสะอาด หรือน่าพอใจในการล้างพิษ เขาก็หมายใจจะมาอีกเช่นกัน... เช่นนี้ก็ต้องแล้วแต่วิบากจะเปิดโอกาสให้ใครในการสมัครครั้งต่อไปก็แล้วกัน เพราะเรายังคงรับได้เพียง ๒๖ คน ต่อครั้ง

             จากความจริงที่คนสนใจจะเข้าโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ กันมากขึ้นเรื่อยๆ หลวงปู่จึงดำริสร้างศาลามีสุข หรือห้องน้ำเพิ่มอีก ๑๐ ห้อง ... ดั่งที่แจ้งแล้วก่อนหน้านี้ ก็แจ้งความคืบหน้าให้ทราบ ณ ขณะนี้ว่า บัดนี้เคลียร์พื้นที่แล้วระดับหนึ่ง ย้ายโรงไม้ไปหลังห้องน้ำใจสุขใจใส หรือด้านข้างศาลามาดี ส่วนแบบหลวงปู่ก็หมายใจจะประมวลรูปลักษ์ออกมาให้เสร็จก่อนงานปีใหม่ หากอาพาธแข้งขาไม่มาปล้นเวลาไปมากก็น่าจะเสร็จได้ ส่วนงบค่าก่อสร้างก่อนหน้านี้แจ้งไปว่าขาดอีกไม่มาก แค่ ๙๐ หมื่น บัดนี้ก็น่าจะหย่อนลงมาบ้างแล้ว เอาไว้แบบเสร็จ คำนวณค่าอุปกรณ์ ค่าแรง แล้วคงแจ้งสู่ฟังอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง ว่าขาดเกินมากน้อยแค่ไหน ส่วนคนนั้นโน้นนี้ที่แวะมาร่วมบุญสร้างห้องน้ำหรือศาลามีสุข ก็โมทนาสาธุไว้ ณ ที่นี้ด้วย

             เดือนที่ผ่านมาหลวงปู่แจ้งงดบิณฑบาตและคาบเกี่ยวมาถึงเดือนธันวาคม รวมแล้วก็ ๑ สัปดาห์ บวกอีก ๓ สัปดาห์ เพื่อจะรักษาอาการรองช้ำที่เท้าซ้าย... ต้องโมทนากับญาติโยมหลายท่าน ที่แวะเวียนมาถวายอาหารบ้าง ยาบ้าง ซิลิโคนSaveส้นบ้าง ล่าสุดโยมจัน พาหลวงปู่ไปพบแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยหมอหนุ่มฝังเข็มและใช้ไฟฟ้ากระตุ้นให้ พร้อมทั้งจ่ายยาแผนโบราณให้รับประทาน ๗ วัน และนัดให้ไปพบอีกครั้ง... สุดท้ายหมอหนุ่มบอกว่า เป็นพระภิกษุ ผมรักษาให้ฟรีครับ หลวงปู่ก็โมทนาสาธุ กับตัวหมอหนุ่มพร้อมทีมงานคลินิก สุทธิพงษ์-นนท์ธิวัฒน์ ก่อนกลับดูใบแจ้งค่ารักษาซึ่งแปะไว้ที่ผนัง ปรากฏว่า แต่ละการรักษาก็ไม่แพงเลย จะเป็นปวดหลัง ออฟฟิสซินโดรม เข่าเสื่อม หรือหมอรองกระดูกทับเส้นประสาท... ใครสนใจก็ไปตามลิงค์นี้ได้เลย https://th-th.facebook.com/HiMintClinic/ พร้อมนี้ก็โมทนากับโยมจันไว้ด้วยที่ช่วยพาไป

             ส่วนสาระธรรมจากการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสำนักพุทธธรรมเดือนที่ผ่านมา ก็มีมาฝาก ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านเวบอีกเช่นเคย... โดยหลวงปู่กล่าวว่า... โมทนาคณะกรรมการ ไม่รู้ว่า พวกเรามีความสุข กับงานที่นี่ มากน้อยแค่ไหน แต่อาตมา ทำมาก็มีความสุขดี จะเป็นโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธ บริการสาธารณะ ทำมาก็มีความสุขดี มีความสุขที่เราได้ช่วยคนให้พ้นป่วยทางกาย และได้ส่งผ่านธรรมะ ผ่านโครงการนี้ไปสู่คนเหล่าอื่น การเป็นอยู่เป็นไปในที่แห่งนี้ ก็มีความสุขดี และชอบกับชีวิตอย่างนี้ อยู่แต่ผู้เดียว กินเพียงลำพัง นอนเพียงลำพัง มันเป็นอะไรที่ดีมาก แม้การนำเสนอธรรมะ วันเสาร์-อาทิตย์ คนฟังมากบ้าง น้อยบ้าง ก็มีความสุขดี ทุกวันนี้ทำขึ้นเวบตลอด... คนสนใจใฝ่ฟังมีมากน้อยแค่ไหน ไม่เคยตามเช็ค กระทั่งไฟล์วีดีโอที่นำขึ้นไปก็... ยิ่งทำก็ยิ่งน่าดูมากขึ้น
             อาตมามีความสุขกับงานที่ทำ เพราะรู้ชัดว่า งานที่ทำนี้เป็นกุศล เป็นงานช่วยคน คือในโลกนี้ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่จะเป็นของเรา นอกจากกรรมเป็นของเรา วิบากไปกับเรา ใจก็ไปกับเรา ถ้าพัฒนาใจได้ดี แม้การเกิดยังมี ใจก็ดีเป็นต้นทุนเดิม ถ้าพัฒนาใจไม่ได้ ได้ขนาดไหนก็ไปขนาดนั้น
             อาตมามีความรู้ในสิ่งเหล่านี้ชัดเจน ก็มีความสุขกับการพัฒนาใจ มีความสุขกับการทำกิจที่เป็นกุศล ก็ไม่รู้ว่าพวกเรามีความสุขไหม? ถ้ามีความสุขก็ไม่ถดถอย ไม่ท้อแท้ มีไฟมีใจกับการงานที่เราได้ทำ ทำแล้วเอื้อเกื้อกูลคนอื่น อาตมาทำมาก็ไม่รู้สึกเลยว่าเซ็ง ซังกะตาย ซ้ำซาก เราเข้าใจว่า ชีวิตคืออย่างนี้...โดยตัวมันเอง ก็แก่ไปเรื่อย และจะตายในวันใดวันหนึ่ง โดยที่วันตายเราก็รู้ไม่ได้ด้วยว่าจะมาวันไหนอย่างไร แต่เรารู้ว่า ชีวิตบ่ายหน้าไปสู่ความตาย หรือแก่ตัวไปเรื่อย
             พอมาดูอายุ ก็ไม่น้อยแล้ว แม้หน้าตายังใส เหมือน ๒๕-๒๖ คือหน้าตา พอจะหลอกคนหลงได้ แต่บัตรประชาชน หลักฐานการเกิด บิดเบือนไม่ได้ พอมานึกถึงอายุ ไม่น้อยแล้ว ๕๐ ปีแล้ว แป๊บเดียว มาลงหลักปักฐานที่นี่ ก็ ๕ ปีกว่า จาก ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๕ เป็นอะไรที่ไวมาก
             วันก่อนนักบวชรุ่นพี่มาเยี่ยม มานั่งคุยอยู่พักใหญ่ ท่านบอก...พัฒนาไปเยอะ แต่เราไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ สักเท่าไร จะมีกุฏิ มีห้องน้ำ มีอาคาร ก็เรื่องธรรมดา
พัฒนาไม่ได้อยู่ที่แค่ข้างนอกเท่านั้น แต่มีคนศรัทธามากขึ้น มีคนสนใจใฝ่ธรรมมากขึ้น มีคนได้ดีจากเรามากขึ้น นั้นแหละ เราพัฒนา กับอีกนัยหนึ่ง ตัวเองก้าวหน้า แล้วหลุดพ้น ซึ่งถ้าก้าวหน้าแล้วหลุดพ้น ความเป็นที่ศรัทธา ความมีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษย์ ก็ต้องมากตามไปด้วย
             ตรงนี้ ถ้าพูดถึงสถานที่ก็พัฒนา พูดถึงคนมาได้ประโยชน์ ก็มีเพิ่มขึ้นๆ ทราบจากตั๊กแตนว่าโครงการสุขภาพดีวิถีพุทธที่จะถึงนี้ คนเก่าๆติดโปรแกรมอื่นกัน ขณะเดียวกันก็มีคนใหม่ สมัครเข้ามาล้นแล้ว... เราก็เห็นอยู่ มันเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น สถานที่พัฒนาบ้าง คนศรัทธาเลื่อมใสมีมากขึ้น คนได้ประโยชน์จากกิจกรรม จากธรรมะมีมากขึ้น เพียงแต่ว่ายังไม่ถึงจุดกระจาย เหมือนพลุที่ยิงขึ้นฟ้า... วิ่งขึ้นไปแล้ว แต่ยังไม่แตก ถ้าพลุแตกเมื่อไร ฟ้าสว่าง ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น... ก็ไม่ได้สนใจว่า...จะต้องขนาดนั้น เพราะโดยปกติ ตนเองไม่ใช่คนดิ้น คิดว่าอะไรก็ตาม ถ้าจะเติบโต ให้เติบโตโดยธรรม เป็นไปแบบมีจังหวะ มีชั้นขั้นตอนดีกว่า โดยสรุปคือ อาตมามีความสุขกับงานที่ทำ เพราะเห็นประโยชน์... พวกเรามาร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าไม่เห็นประโยชน์ จากการได้ช่วยคน ได้สะสมสิ่งที่เป็นกุศล ความแหนงหน่าย ซังกะตาย ถดถอย ท้อแท้ ก็จะค่อยๆ กินตัวทีละนิดๆๆ สุดท้ายหลุดไปตอนไหนไม่รู้ บอกตามตรง...อาตมาไม่ร้อยรัด ใครเห็นควรอยู่...อยู่ ใครเซ็งซังกะตาย ซ้ำแซะซ้ำซาก จะโบกมือลาก็ไม่ต้องเปิดเพลงลา... ลากันได้เลย
             นานวันนานคืนมา ใจยิ่งชัดเจนสัจจะมากขึ้น
คนเราสุดท้ายตายด้วย ๒ มือเปล่า มาอย่างโดดเดี่ยว และจะจากไปอย่างโดดเดี่ยว ในความจริง จิตวิญญานมนุษย์เป็นอย่างนั้น จิตวิญญานมนุษย์ โดดเดี่ยวนิรันดร แท้แล้วใจไม่มีใคร ที่มีใครไม่ใช่ใจ เป็นสัญญาอุปาทาน เมื่อเราเข้าใจความจริงตรงนี้ ใจไม่ไปผูกมัดรัดร้อยคน ไม่ดิ้นหาคน แต่อะไรที่เป็นกุศล ช่วยคนได้...เราทำ ทำแล้วคนจะรู้คุณเห็นค่า หรือไม่รู้คุณไม่เห็นค่า... ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเราชัดเจนว่าสิ่งที่เราหยิบยื่นให้เป็นสิ่งดี เราจบที่ตรงนี้ เหมือนแม่ทำกับข้าวดีให้ลูก แต่ลูกติดทอฟฟี่ ติดตังเม หรือติดขนมกรุบกรอบ เราจะไปตรวจสอบทุกวันเวลาก็ไม่ได้ บางทีอยู่บ้านไม่กินของไร้สาระ พอออกนอกบ้านเขาก็ไปกิน แต่เมื่อเราได้หยิบยื่นอาหารที่ดี น้ำดื่มที่ดี ผลไม้ที่ดีให้ เขาไม่เอา...ไม่เอาก็ไม่เอา รอจนวันไหนเขาฟันผุ ร่างกายแย่... เรากลับมากินสิ่งที่แม่ทำให้ดีกว่า นัยคล้ายกัน
             อาตมานำเสนอสุขภาพดีวิถีพุทธ นำเสนอธรรมะที่ชัดเจน จริงใจ ตรงไปตรงมา อย่างใสสะอาด ใครจะเอาก็เอา ไม่เอาก็ไม่ว่า อาตมามีความสุขกับสิ่งที่ทำ และรู้อยู่ว่า ถ้าเป็นพลุก็เหมือนกำลังวิ่งขึ้นฟ้า ขณะเดียวกัน เราก็ไม่ดิ้นไปบ่มให้มันแตก เราทำไปเรื่อยๆๆ พูดเรื่องนี้ให้คณะกรรมการฟัง ถ้าคณะกรรมการเข้าใจ และเห็นว่าที่มาร่วมด้วย มาช่วยเหลือ...เป็นกุศล เป็นการสะสมสิ่งดีให้กับตน ใจก็มีความสุข มีสุขกับสิ่งที่ทำ มีสุขกับการช่วยเหลือเกื้อกูล...

             อีกช่วงหนึ่งหลวงปู่กล่าวว่า... โมทนาที่พวกเรารู้คุณเห็นค่า มาร่วมด้วยช่วยกัน อาตมาไม่มีอะไรวิเศษให้ แต่ยืนยันว่า สิ่งที่เอ่ยออกบอกกล่าว... มีความวิเศษกับคนที่สนใจ คือธรรมะจะไม่วิเศษเลยสำหรับคนไม่สนใจ แต่ธรรมะจะวิเศษมากสำหรับคนที่สนใจ ยกตัวอย่าง...คนคนหนึ่ง เลิกกินเนื้อสัตว์ได้ ตัดภพชาติไปได้ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งรักษาศีล ๕ ได้ ก็ย่นระยะทางพระนิพพานให้สั้นเข้า และถ้าคนคนนั้น สติดีขึ้น สมาธิดีขึ้น ปัญญาสัมมาทิฏฐิถูกต้องถูกตรงยิ่งขึ้น สังสารวัฏยิ่งจะสั้นลงๆๆ ที่อาตมากล่าวธรรมนำเสนอ ถ้าผู้ใดสนใจใส่ใจ เข้าถึงความเป็นอริยะบุคคลเบื้องต้นได้ โดยไม่ยากไม่ลำบาก พระโสดาบัน พระพุทธเจ้าก็บอกแล้ว ช้าสุด ๗ ชาติ เพียงแต่ผู้ที่มีภูมิระดับโสดาบัน การเกิดจะช้า คือคนที่เกิดไว มาจากกิเลสตัณหาเยอะ เพราะอำนาจตัณหาไม่ต้องการ...การรอคอย แต่ด้วยอำนาจของตัณหาที่เบาบางลง ความทะเยอทะยานต่อโลกที่เบาบางลง ตายปั๊ป...มันไม่มีตัวเร้า ไม่มีตัวเร่ง ให้จิตวิญญานหยั่งลงสู่ครรภ์...
             ฉะนั้นพระโสดาบัน การเกิดก็จะช้ากว่าปุถุชน ปุถุชนกิเลสหนาเกิดไว เหมือนคนติดห้างสรรพสินค้า เหมือนคนติดหนัง...(จะไปหาไปดูอย่างเร็ว) คือธรรมชาติของความอยากไม่ต้องการการรอคอย
ส่วนพระโสดาบัน การเกิดจะช้า ...แต่เกิดแล้ว พระพุทธเจ้าบอก เต็มที่ไม่เกิน ๗ ชาติ พัฒนาการด้านศีล ด้านสติ ด้านสมาธิ ด้านปัญญา... ชาติหนึ่ง ๘๐ ปี หรืออยู่ ได้ถึง ๑๐๐ ปี ก็ไม่ใช่เวลาน้อยๆ พัฒนาการต้องมี
             อย่างเราๆในชาติหนึ่งมารู้ธรรมะไม่กี่ปี ก็ได้ดีขึ้นมาบ้าง ถ้าพวกที่มีของเก่ามา เป็นโสดาบันมาก่อน ก็มาต่อยอด ฉะนั้น
ที่พระพุทธเจ้าบอกว่า โสดาบันขั้นต่ำ ที่เรียกว่าสัตตักขัตตุปรมะโสดา เกิดอีกอย่างมาก ๗ ชาติ เข้าถึงความเป็นพระอรหันต์ได้ อย่างพระโสดาบันก็ไม่ใช่ภูมิธรรมที่เกินกว่าจะคว้า สิ่งที่อาตมาเอ่ยออกบอกกล่าว ธรรมดาๆ แต่ถ้าผู้ใดใส่ใจจริงจรัง สามารถเข้าถึงความเป็นอริยะได้ ถ้าด้านภพชาติ ย่นภพชาติให้สั้นเข้า ถ้าด้านความวิเศษที่ได้ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า โสดาบันนั้น ยิ่งกว่าราชา ในหมู่ราชา ยิ่งกว่าเสวยสวรรค์ ชั้นฟ้าไหนๆ ยิ่งกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง จะเป็นใหญ่ในโลกกีฬา จะเป็นใหญ่ในโลกการเมือง จะเป็นใหญ่ในโลกแฟชั่น จะเป็นใหญ่ในโลกนักบริหาร หรือโลกยานยนตร์ จะยิ่งใหญ่ในโลกไหนก็แล้วแต่ ยังไม่สู้ความเป็นพระโสดาบัน ซึ่งอันนี้มันเป็นสิ่งที่เราสัมผัส...ชีวิตที่มีศรัทธาถูกต้องถูกตรง มั่นคงในศีล ดวงตาของใจเปิดแล้ว มันเป็นอะไรที่วิเศษ คนอื่นเขาไม่รู้ หากเขาไม่มีภูมิแบบนี้ที่จะมาตรวจสอบ แต่เราที่เข้าถึงแล้ว จะรู้โดยตน
             อย่างพวกเรา ที่รู้ค่า มาช่วยเหลือเกื้อกูลอาตมา...
อาตมาไม่มีอะไรให้ แต่ธรรมะที่เอ่ยออกบอกกล่าวดูเหมือนธรรมดาๆ ถ้าศรัทธาและใส่ใจ ยืนยันว่า...ได้สิ่งวิเศษ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างแน่นอน จะได้หรือไม่...ไม่ได้อยู่ที่อาตมาเท่านั้น อยู่ที่แต่ละคนๆ ด้วย ถ้าสนใจใส่ใจ ความก้าวหน้าต้องมี แต่ถ้าไม่สนใจไม่ใส่ใจ จะเป็นเรื่องศีล เรื่องสติ เรื่องสมาธิ ใจเราก็...ปวกเปียกป้อแป้ อ่อนแอเหลาะแหละเหลวไหลไปอย่างนั้น ชาติหน้าก็เป็นอีก
             พูดแล้วคุยตัว... อาตมาออกจากวัดเก่า ออกด้วยตัวเอง อยู่มาเรารู้สึกว่าไม่ใช่...ก็ออก ไปอยู่อีกวัดหนึ่ง โยมแม่พาลุงไปตามอาตมากลับ เพราะว่าวัดที่อาตมาไปอยู่ด้วย ชื่อเสียงในวงกว้างไม่ดีนัก ตอนนั้นอาตมาเห็นแล้ว กลับไปไม่ได้ดีอะไรไปกว่าเก่า วัดที่หาอยู่หากินตามจารีตประเพณี...เราไม่เอา... วัดใหม่ที่เราไปอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีกว่า มีความมุ่งมั่นเจริญในธรรม มีการเสียสละเพื่อสังคม... เราว่ามันดีกว่า
             ลุงไปตามอาตมา ถามถึง ๓ ครั้ง... ท่านจะกลับไหม? อาตมาโตแล้ว อาตมาไม่กลับ อาตมารับผิดชอบตัวเอง... ท่านจะกลับไหม? ...อาตมาไม่กลับ ท่านจะกลับมั้ย? อาตมาไม่กลับ ถ้างั้นผมกลับ คืออาตมาพร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเอง อาตมามีใจอย่างนี้ วัดเก่าไม่เข้าท่าอาตมาก็ออก... อยู่กับอโศก อยู่กันมาก็รู้แล้ว อยู่ต่อไปก็ไม่ราบรื่น และอาตมาสรุปเลย อโศกไม่ใช่
             
อาตมาไม่แคร์ไม่แยแส ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มีกินมีอยู่หรือไม่... รู้ว่าตรงนั้นไม่ใช่... ก็ออก ใจอย่างนี้อาตมาได้มา และไม่มีความคิดอยากรวยตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส ไม่มีความคิดว่า...โตขึ้นจะต้องแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ ไม่มีแนวคิดอย่างนี้เลย อาตมาได้ใจอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส พูดก็พูดเถอะ ชาตินี้ไม่เคยเสียตัว (สมัยฆราวาส)เคยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิง แต่ไม่ลึกไปกว่านั้น เพราะลึกๆ มีความคิดว่า คนอื่นล่วงเกินพี่สาวเรา เราก็ว่าไม่ดี นี้ก็คือสิ่งที่อาตมาได้มา น้าเขยเคยพาไปเที่ยวแหล่งเริงรมย์แถวพระโขนง ไปแล้วก็แค่ไปดู แต่ใจไม่น้อมไป แม้ตอนไปอยู่หาดใหญ่ เพื่อนรุ่นพ่อทั้งนั้น พาไปเที่ยวผู้หญิง สุดท้ายไปเช่าโรงแรม นอนคนเดียว คืนเดียว เพราะกลับที่พักไม่ถูก มันดึกแล้ว... นี้ก็ของเก่า
             จึงบอกว่า...อย่างพวกเรา ถ้าไม่ตั้งใจพัฒนาใจ ใจอยู่อย่างไร มันก็อยู่อย่างนั้น เหลาะแหละ เหลวไหล ไม่อาจหาญ ไม่แกล้วกล้า พูดเรื่องนี้...เอาตัวเองเป็นตัวอย่าง อาตมาก็มีความอาจหาญของอาตมาสะสมมา อาจหาญไม่ได้หมายถึงเหิ่มห่าม แต่อะไรที่เป็นเรื่องของกิเลส เราอาจหาญที่จะตัด อาจหาญที่จะทิ้ง อาจหาญที่จะไม่แคร์ ไม่แยแส จะกินจะอยู่จะหลับจะนอนแม้จะตายที่ตรงไหนอย่างไร และอาตมาเชื่อว่า เหล่านี้ เป็นผลตกผลึก จากเนกขัมมะบารมี เราสะสมมา และภพชาติก็จะสั้นลง ๆๆๆ คือชาติหนึ่งเราก็ก้าวหน้าของเราไปเรื่อยๆๆ

             พวกเราเหมือนกัน อาตมานำเสนอธรรมะ ฟังก็ธรรมดาๆ แต่ในความธรรมดา มันไม่ธรรมดา...ฟังดู ยิ่งถ้าผู้ใดใส่ใจปฏิบัติ ความก้าวหน้าต้องเกิด การเป็นอริยะบุคคล ยังเป็นไปได้อยู่ ก็บอกพวกเรา...อาตมาไม่มีอะไรให้คณะกรรมการ แต่สิ่งที่เอ่ยออกบอกกล่าวสู่ฟัง ที่นำเสนอ ถ้าสนใจใส่ใจ ชาติหนึ่งก็ยังก้าวหน้าได้ ...
นี้คือประเด็นธรรมที่หลวงปู่กล่าวกับทีมงาน นำมาฝากผู้ติดตามผ่านเวบได้รับรู้ด้วย

             ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมงานบ้าง คนคุ้นเคยบ้าง ญาติบ้าง ก็พากันมาเลี้่ยงอาหารหลวงปู่ ทั้งถวายพวงมาลัย และกระถางดอกไม้ประดิษฐ์ เนื่องจากทราบว่าเป็นวันคล้ายวันเกิด... ที่ผ่านมาหลวงปู่ก็ไม่เคยจัดกิจกรรมพิเศษใดๆ เพราะรู้อยู่ว่าวันเกิด ก็แค่วันออกจากช่องคลอด หรือวันประกาศว่าตนยังมีภพ(ภพเป็นปัจจัยชาติจึงมี) ซึ่งหากไม่ใช่ภพเยี่ยงพระอรหันต์ ที่ท่านหมายใจมาเกิดเพื่อเอื้อเกื้อโลก หรือสานต่อพุทธธรรมคำสอน พร้อมบำเพ็ญโพธิสัตว์บารมี การเกิดหรือวันเกิด ก็แค่วันประจานตนเท่านั้น วันไม่เกิดนั่นสิ ควรใส่ใจ ควรร่วมฉลอง ควรโมทนา หรือควรถามไถ่กันว่าทำอย่างไรจึงได้วันเช่นนั้นมา เยี่ยงพระพุทธองค์ ที่วันประสูติ วันปรินิพพาน มีความหมายหรือมีความสำคัญขึ้นมาได้ ก็ด้วยเหตุคือการตรัสรู้ หรือมีวันดับการเกิด มีวันที่ประกาศได้ว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย การเกิดใหม่มิได้มี ด้วยรู้อย่างนี้จึงไม่เคยจัดกิจกรรมวันคล้ายวันเกิดมาเลยแม้สักครั้ง แต่เมื่อหลายคนเห็นดีที่หลวงปู่เกิดมาแล้ว มาปฏิบัติธรรม มาแสวงหาวันไม่เกิด พร้อมกับทำสิ่งดีให้กับโลก หรือมีคุณต่อท่านต่างๆบ้าง กระทั่งมาร่วมโมทนาสักการะกันอยู่เรื่อยๆ จึงสรุป ณ ปีนี้ว่า ต่อไป ๓๐ พฤศจิกายน หากไม่ตรงกับเสาร์อาทิตย์หรือหยุดนักขัตฤกษ์ใดๆ ใครๆก็อย่ามาเลย แต่เราจะเลือกวันเสาร์ หรืออาทิตย์ ที่ใกล้เคียง จัดกิจกรรม... มินิมุทิตาสักการะ เพื่อที่จะได้อาศัยกาละเช่นนี้ อธิบายการเกิดขึ้นของสัมมาทิฏฐิบุคคล มีค่าแค่ไหน การเกิดขึ้นของมิจฉาทิฏฐิบุคคล เป็นโทษต่อโลกอย่างไร แม้การเกิดเพื่อสานต่อบุญบารมีของอริยสาวกในสายพันธุ์พุทธ เป็นอย่างไร ควรค่าแก่การโมทนาสักการะแค่ไหน ฉะนั้นปลายเดือน ๑๑ ปีหน้า หากว่ายังไม่ตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็มาฟังกัน

             แจ้งผู้ติดตาม Phutthasawok.com หลายเดือนมานี้ งานด้าน VDO แย่งเวลาไปเยอะมาก ไม่เพียงนั้นยังต้องแบ่งเวลาไปกตัญญูส้นเท้าอีก ดังนี้หากท่านใดแวะมาหน้าเวบแล้ว เห็นแช่นิ่ง คงเดิม ก็ทราบเหตุตามที่เล่าสู่ฟังก็แล้วกัน... และถ้าท่านใดแวะไปดูงานวีดีโอ ที่ลิงค์สุขภาพดีวิถีพุทธ หากช่วยกดติดตามให้ด้วย ก็จะโมทนา ๕๐๐ เพราะการมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น จะเป็นตัวช่วยให้ผู้ผ่านมาเจอะเจอ สะดุดใจใฝ่ธรรมได้บ้าง ฉะนั้นอย่าลืมกดติดตาม เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่พี่น้องเพื่อนมนุษย์

             เรื่องปิดท้าย...สืบเนื่องจากที่เล่าให้ทราบเมื่อเดือนก่อน เกี่ยวกับประกันจอ Dell... สรุปสั้นๆว่า หากท่านใดสั่งซื้อจอ Dell จากที่ใดก็ตาม หากจอมีปัญหาก่อนหมดประกัน ติดต่อที่บริษัท Dell โดยตรงได้เลย บริการของเขายังดีอยู่ ส่วนที่หลวงปู่เล่าสู่ฟังนั้น บัดนี้ บริษัท Dell นำจอตัวใหม่มาเปลี่ยนให้แล้ว เพราะทีมงานสั่งซื้อมายังไม่ครบเดือน... ที่เล่าสู่ฟังนี้เพื่อความเป็นธรรมกับเขา เมื่อไม่ดีเราติ เมื่อดีแล้วเราก็ต้องรับรอง

             ปิดท้ายรายงานเดือนนี้ด้วยคำสวยสั้นๆก็แล้วกัน... ใจมีต้องรักษา ใจหายต้องตามหา มีตัวไม่มีใจ ทำอะไรก็ไม่รุ่งเรือง มีตัวมีใจ แต่เป็นใจที่แน่นไปด้วยคิดลบคิดร้าย ล้มลงล้มเหลวก็รอคอยอยู่ จงตามใจกลับมา ดูแลรักษาใจให้ดี ชีวิตจะมากด้วยคุณความดี... เพื่อกายผ่องใส หัวใจดีงาม พร้อมเผชิญปีหมาที่จะมาถึงเร็วๆนี้ อย่าละเลยการปฏิบัติธรรม บอกทุกท่านไว้... โมทนา ๕๐๐ แต่เนิ่นๆ

                                 รายงานสำนักพุทธธรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๐

     
   
     

 

                                           โจนาทานในวงการศาสนา

   
                                                 ท่านใดต้องการติดต่อ... แจ้งมาได้ที่ samnakphutthatham@gmail.com